ชวนทำความรู้จัก Payment Gateway คืออะไร พร้อมบทบาทสำคัญที่มีต่อโลกออนไลน์

10 ก.ย. 2568
Payment Gateway คืออะไร

ในยุคที่การซื้อขายออนไลน์เติบโตแบบก้าวกระโดด การทำธุรกรรมทางการเงินที่สะดวกและปลอดภัยจึงเป็นหัวใจสำคัญ และนี่คือจุดที่ Payment Gateway คือคำตอบที่จะเข้ามาช่วยให้ทุกการชำระเงินเป็นเรื่องง่ายและราบรื่น บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับระบบสำคัญนี้ พร้อมเจาะลึกบทบาทที่มีต่อโลกธุรกิจออนไลน์อย่างแท้จริง

Payment Gateway คืออะไร?

เมื่อพูดถึง Payment Gateway คือช่องทางรับชำระเงินออนไลน์ที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมต่อระหว่างเว็บไซต์ร้านค้าของคุณกับลูกค้า เปรียบเสมือนสะพานที่ช่วยส่งผ่านข้อมูลบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือการชำระเงินในรูปแบบดิจิทัลอื่น ๆ ไปยังธนาคารหรือสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การทำธุรกรรมสำเร็จลุล่วงได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย โดยเฉพาะธุรกิจที่ตัดสินใจรับทําเว็บไซต์ E-Commerce ระบบนี้ถือเป็นฟังก์ชันที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียว

หลักการทำงานของ Payment Gateway

การทำงานของระบบนี้แม้จะดูเหมือนเสร็จสิ้นเพียงไม่กี่วินาที แต่ภายในระบบมีการส่งต่อและตรวจสอบข้อมูลหลายขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการโอนเงินมีความแม่นยำและป้องกันความเสี่ยงจากการทุจริต

ลูกค้าเริ่มทำรายการชำระเงิน

เมื่อลูกค้าเลือกสินค้าที่ต้องการลงในตะกร้าเรียบร้อยแล้ว และเข้าสู่ขั้นตอนการชำระเงิน (Checkout) ระบบจะนำไปสู่หน้าต่างที่จัดเตรียมไว้เพื่อกรอกข้อมูลสำคัญสำหรับการจ่ายเงิน ไม่ว่าจะเป็นชื่อผู้ถือบัตร หมายเลขบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต วันหมดอายุ และรหัสความปลอดภัย CVV โดยหน้าเว็บเหล่านี้จะถูกปกป้องด้วยเทคโนโลยีการเข้ารหัส SSL เพื่อสร้างความมั่นใจว่าข้อมูลส่วนตัวจะไม่รั่วไหลตั้งแต่จุดเริ่มต้น

ระบบเข้ารหัสและส่งข้อมูลการชำระเงิน

ทันทีที่กดยืนยันการสั่งซื้อ เว็บเบราว์เซอร์จะรับหน้าที่ในการเข้ารหัสข้อมูลทางการเงินทั้งหมดให้กลายเป็นรหัสลับที่ยากต่อการถอดรหัส (Encryption) กระบวนการนี้ช่วยป้องกันการดักจับข้อมูลจากบุคคลภายนอกระหว่างที่ข้อมูลกำลังเดินทางผ่านอินเทอร์เน็ต หลังจากนั้นข้อมูลที่ผ่านการป้องกันอย่างหนาแน่นจะถูกส่งต่อไปยังระบบ Payment Gateway ที่ร้านค้าเลือกใช้บริการเพื่อดำเนินการในขั้นตอนถัดไป

การส่งข้อมูลไปยังระบบประมวลผลของธนาคาร

เมื่อ Payment Gateway ได้รับรหัสข้อมูลที่ส่งมา จะเริ่มทำการคัดกรองและตรวจสอบความถูกต้องเบื้องต้น ก่อนจะส่งต่อไปยังระบบประมวลผลการชำระเงิน (Payment Processor) ของธนาคารฝั่งร้านค้าหรือที่เรียกว่า Acquiring Bank หลังจากนั้นทางธนาคารจะส่งคำขอเพื่อขออนุมัติรายการไปยังเครือข่ายบัตรระดับโลกที่เป็นเจ้าของตราสัญลักษณ์บนบัตรนั้น เช่น Visa, Mastercard หรือ JCB เพื่อระบุที่มาของบัตร

การตรวจสอบและอนุมัติรายการจากธนาคารผู้ออกบัตร

เครือข่ายบัตรจะรับช่วงต่อในการส่งคำขอไปยังธนาคารเจ้าของบัตรของลูกค้า หรือ Issuing Bank เพื่อทำการตรวจสอบสถานะบัญชีแบบเรียลไทม์ ธนาคารจะพิจารณาว่าบัตรดังกล่าวยังใช้งานได้ปกติหรือไม่ มีวงเงินหรือยอดเงินคงเหลือเพียงพอสำหรับคำสั่งซื้อนั้นไหม รวมถึงประเมินความเสี่ยงว่าเป็นการทำธุรกรรมที่ผิดปกติหรือไม่ ก่อนจะส่งรหัสตอบกลับเพื่อยืนยันการอนุมัติหรือปฏิเสธรายการกลับมาตามเส้นทางเดิม

การแจ้งผลการชำระเงินแก่ร้านค้าและลูกค้า

รหัสตอบกลับจะเดินทางย้อนกลับจากธนาคารเจ้าของบัตร ผ่านเครือข่ายบัตรและระบบประมวลผล จนกระทั่งกลับมาถึง Payment Gateway อีกครั้ง ซึ่งในขั้นตอนนี้ระบบจะส่งสัญญาณสุดท้ายไปยังเว็บไซต์ร้านค้าเพื่อแสดงผลลัพธ์บนหน้าจอให้เราได้รับทราบ ไม่ว่าจะเป็นข้อความ "ชำระเงินสำเร็จ" หรือ "การชำระเงินขัดข้อง" โดยกระบวนการที่ดูซับซ้อนทั้งหมดนี้ใช้เวลาดำเนินการจริงเพียงแค่ 2-3 วินาทีเท่านั้น

การโอนเงินเข้าบัญชีร้านค้า

ถึงแม้ระบบจะแจ้งว่าชำระเงินสำเร็จ แต่เงินจะยังไม่ถูกโอนเข้าบัญชีร้านค้าทันทีในวินาทีนั้น โดยจะมีขั้นตอนปิดท้ายที่เรียกว่า Settlement ซึ่งธนาคารเจ้าของบัตรจะดำเนินการโอนเงินจริงมายังธนาคารฝั่งร้านค้าในภายหลัง จากนั้นธนาคารจะทำการสรุปยอดและนำเงินเข้าสู่บัญชีธุรกิจของร้านค้าตามรอบเวลาที่ตกลงกันไว้ ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เวลาประมาณ 1-3 วันทำการ หลังจากหักค่าธรรมเนียมบริการเรียบร้อยแล้ว

Payment Gateway มีกี่รูปแบบ

Payment Gateway คืออะไร

Payment Gateway คือเครื่องมือสำคัญที่มีหลายรูปแบบให้เลือกใช้ ซึ่งแต่ละแบบก็ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจที่แตกต่างกันไป การทำความเข้าใจแต่ละประเภทจะช่วยให้คุณเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ Payment Gateway แบบ Bank และ Payment Gateway แบบ Non-Bank

Payment Gateway แบบ Bank

Payment Gateway แบบธนาคาร หรือที่พัฒนาโดยสถาบันการเงินโดยตรง มีจุดเด่นด้านความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยสูง เพราะมีการเชื่อมต่อโดยตรงกับระบบของธนาคาร ทำให้การจัดการธุรกรรมและการตรวจสอบยอดเงินเป็นไปอย่างรวดเร็วและถูกต้องแม่นยำ เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องการความมั่นคงและภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ

Payment Gateway แบบ Non-Bank

สำหรับ Payment Gateway แบบ Non-Bank หรือผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ธนาคาร เป็นอีกทางเลือกยอดนิยมในปัจจุบัน มีความยืดหยุ่นสูง สมัครใช้งานง่าย และมักมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่า เหมาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางที่ต้องการความคล่องตัวในการเริ่มต้นรับชำระเงินออนไลน์

Payment Gateway เหมาะกับร้านออนไลน์อย่างไร

การมีระบบรับชำระเงินที่มีประสิทธิภาพช่วยเปลี่ยนผ่านธุรกิจจากการขายแบบเดิมไปสู่ความเป็นสากลมากขึ้น โดยเฉพาะในยุคที่ผู้บริโภคต้องการความรวดเร็วเป็นที่ตั้ง การเลือกใช้ระบบที่เหมาะสมจะช่วยลดช่องว่างระหว่างความต้องการของลูกค้าและการบริการของร้านค้าได้อย่างลงตัว

เพิ่มยอดขาย

การมีช่องทางชำระเงินที่หลากหลายช่วยลดโอกาสในการเสียลูกค้า เนื่องจากเราสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อได้ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่นิยมใช้บัตรเครดิตเพื่อสะสมแต้ม หรือผู้ที่ชอบความสะดวกของบัตรเดบิต เมื่อลูกค้าพบช่องทางที่ตนเองสะดวก การตัดสินใจซื้อย่อมเกิดขึ้นได้ง่ายและรวดเร็วกว่าเดิม

ความปลอดภัยสูง น่าเชื่อถือ

ความกังวลเรื่องการถูกโจรกรรมข้อมูลเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ลูกค้าไม่กล้าสั่งซื้อออนไลน์ ระบบ Payment Gateway ที่ได้มาตรฐานระดับสากล เช่น PCI DSS จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันข้อมูลทางการเงิน ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับร้านค้าว่าทุกรายการที่เกิดขึ้นได้รับการคุ้มครองอย่างดีที่สุด ทำให้แบรนด์มีความน่าเชื่อถือในสายตาผู้บริโภค

จัดการออเดอร์และรายรับได้เป็นระบบ

สามารถติดตามทุกการเคลื่อนไหวทางการเงินได้ผ่านระบบจัดการหลังบ้านที่แสดงผลแบบเรียลไทม์ ช่วยลดความผิดพลาดจากการตรวจสอบยอดเงินด้วยมือ (Manual) ระบบจะช่วยจัดหมวดหมู่รายการขาย สรุปยอดรายวัน และจัดทำรายงานที่นำไปใช้งานต่อได้ทันที ทำให้การบริหารจัดการสต๊อกและบัญชีเป็นเรื่องที่ง่ายและแม่นยำ

ขยายธุรกิจได้ง่าย

เมื่อระบบรับชำระเงินมีความเป็นสากล การขยายตลาดไปสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ หรือแม้แต่การรับชำระเงินจากต่างประเทศก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ระบบรองรับการทำงานตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องมีพนักงานคอยเฝ้าหน้าจอ ช่วยให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างไร้ขีดจำกัดและมีความพร้อมในการแข่งขันบนเวทีอีคอมเมิร์ซอยู่เสมอ

Payment Gateway แบบ Bank มีอะไรบ้าง

เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ที่นี่จะยกตัวอย่างผู้ให้บริการ Payment Gateway แบบธนาคารที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย ซึ่งแต่ละเจ้าก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป เพื่อให้คุณเลือกใช้ได้อย่างตรงกับความต้องการของธุรกิจ

Merchant iPay ธนาคารกรุงเทพ

Merchant iPay คือ บริการรับชำระเงินออนไลน์จากธนาคารกรุงเทพที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณสามารถรับชำระเงินได้หลากหลายช่องทาง ทั้งบนเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือแม้แต่โซเชียลมีเดีย ซึ่งช่วยขยายโอกาสในการขายและเพิ่มฐานลูกค้าให้เติบโตยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมาพร้อมระบบรักษาความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน

K Payment Gateway ธนาคารกสิกรไทย

K Payment Gateway เป็นบริการรับชำระเงินจากธนาคารกสิกรไทยที่โดดเด่นเรื่องระบบความปลอดภัยระดับสากล ทำให้ร้านค้าและลูกค้ามั่นใจได้ในทุกการทำธุรกรรม รองรับการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต เดบิต รวมถึง QR Code ทั้ง Thai QR และ e-Wallet ชื่อดังอย่าง Alipay หรือ WeChat Pay นับเป็นตัวเลือกที่ครอบคลุมสำหรับร้านค้าในยุคดิจิทัล

Krungsri Biz Payment Gateway ธนาคารกรุงศรี

Krungsri Biz Payment Gateway คือบริการรับชำระเงินออนไลน์ที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างลิงก์ชำระเงินได้ด้วยตัวเอง กำหนดวงเงินและระยะเวลาการใช้งานได้อิสระ อีกทั้งลูกค้ายังสามารถชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันของธนาคารกรุงศรีโดยตรง ทำให้ขั้นตอนการชำระเงินเป็นเรื่องง่าย สะดวก และรวดเร็วทั้งสำหรับผู้ขายและผู้ซื้อ

Payment gateway แบบ Non-Bank มีอะไรบ้าง

Payment Gateway คืออะไร

ผู้ให้บริการ Payment Gateway แบบ Non-Bank ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ด้วยความยืดหยุ่นและหลากหลายของฟังก์ชันการใช้งาน ที่สามารถปรับให้เข้ากับธุรกิจได้ทุกขนาดและทุกประเภท ซึ่งในปัจจุบันก็มีผู้ให้บริการหลายเจ้าที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

Paypal

PayPal เป็นระบบชำระเงินออนไลน์ที่ทั่วโลกรู้จักและยอมรับในเรื่องความปลอดภัย ใช้งานง่าย และรองรับการชำระเงินผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต และ e-Wallet ต่าง ๆ ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจที่ต้องการขยายตลาดไปต่างประเทศและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าทั่วโลก

GB PrimePay

GB PrimePay คือ ผู้ให้บริการระบบชำระเงินของคนไทยที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถใช้งานได้กับทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะขายสินค้าบนเว็บไซต์หรือบนโซเชียลมีเดียก็ตาม รองรับการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตและเดบิตทุกประเภท ทำให้ธุรกิจมีช่องทางรับเงินที่หลากหลาย

Omise

Omise คือ ระบบรับชำระเงินออนไลน์ยอดนิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซขนาดเล็กและขนาดกลาง มีความโดดเด่นในการรองรับการชำระเงินที่หลากหลาย ทั้งบัตรเครดิต/เดบิต, e-Wallet อย่าง Alipay, WeChat Pay และช่องทางอื่น ๆ ที่ช่วยให้การทำธุรกรรมเป็นไปอย่างราบรื่น

2C2P

2C2P เป็นบริษัทผู้ให้บริการเกตเวย์การชำระเงินที่ตั้งอยู่ในสิงคโปร์ มีจุดแข็งด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลธุรกรรมทางการเงินที่แข็งแกร่ง และรองรับการชำระเงินที่หลากหลายช่องทาง ทำให้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจที่ต้องการความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลลูกค้า

Pay Solution

Pay Solution คือ ผู้ให้บริการระบบรับชำระเงินออนไลน์ในประเทศไทยที่มีช่องทางรองรับการชำระเงินที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต, บัตรเดบิต, e-Wallet, การโอนเงินผ่านธนาคาร และ QR Code นอกจากนี้ยังมีระบบเสริมอื่น ๆ เช่น การสร้างใบเสร็จ การติดตามยอดขาย ทำให้การจัดการหลังบ้านมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

Beam

Beam คือ ผู้ให้บริการระบบรับชำระเงินออนไลน์ในประเทศไทยที่โดดเด่นด้วยฟังก์ชันที่ครบครัน รองรับการชำระเงินหลากหลายรูปแบบ เช่น บัตรเครดิต, เดบิต, QR พร้อมเพย์, โมบายแบงก์กิ้ง และ e-Wallet อีกทั้งยังมีระบบจัดการหลังบ้าน Beam Lighthouse ที่ช่วยให้ร้านค้าติดตามและจัดการธุรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพแบบเรียลไทม์ และยังมีการป้องกันการปลอมแปลงสลิป ทำให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้าออนไลน์ของคุณ

สรุปบทความ

จะเห็นได้ว่า Payment Gateway คือกุญแจสำคัญที่ทำให้การซื้อขายออนไลน์ง่ายและปลอดภัยขึ้น ทั้งสำหรับผู้ขายและผู้ซื้อ ซึ่งการเลือกใช้ผู้ให้บริการที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณจะช่วยเสริมความน่าเชื่อถือ และช่วยให้การทำธุรกรรมราบรื่นอย่างไม่มีสะดุด หากคุณกำลังมองหาผู้ช่วยที่จะทำให้ร้านค้าออนไลน์ของคุณเติบโตอย่างมั่นคง พร้อมทีมงานมืออาชีพที่พร้อมให้บริการพัฒนาเว็บไซต์ และ Online Strategic Planning แบบครบวงจรเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจของคุณได้อย่างยั่งยืน บริษัท สยาม อีคอมเมิร์ซ เทคโนโลยีส์ จำกัด คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์อย่างแท้จริง

สนใจพัฒนาเว็บไซต์หรือบริการของเรา